วิธีการเล่นกำถั่ว

มาดูคร่าว ๆ กันก่อนว่า กำถั่ว เกิดขึ้นได้ยังไง เริ่มมาจากชาวจีนที่อพยพมาไทย แล้วนำเกมเกมนี้มาด้วย จากนั้นจึงนำมาเล่นกับคนไทย พร้อมกับ โปกำและโปปั่น สังเกตได้ว่าแต่ละชื่อจะคล้าย แต่จะต่างกันที่วิธีการเล่น ซึ่งก็ได้สืบทอดวิธีการเล่นมาจนถึงปัจจุบัน

การเล่นเกมกำถั่ว ก่อนอื่นต้องมีอุปกรณ์ จะมีอะไรบ้าง ไปดูกัน

  • เม็ดถั่ว ในสมัยก่อนจะเป็นเม็ดถั่ว เม็ดมะขาม เบี้ยเงิน ต่อมาจึงปรับเปลี่ยนเป็นกระดุมหรือลูกปัด จนในบางคาสิโนสร้างเม็ดถั่วขึ้นมาเอง เพื่อป้องกันการโกงจากผู้เล่น โดยใช้เม็ดถั่วจำนวน 150 – 500 เม็ดขึ้นอยู่กับจำนวนผู้เล่น
  • โครงเล่น สมัยก่อนจะเป็นโครงว่าว ปัจจุบันได้เปลี่ยนแปลงมาเป็นแผ่นกระดาน มีหน้าที่สำหรับการลงเงินเดิมพัน

วิธีการเล่นกำถั่ว อาจจะเป็นที่อธิบายได้ยากสำหรับมือใหม่  แต่วิธีเล่นคร่าวๆคือ วางเม็ดถั่วลงบนโต๊ะ จากนั้นก็นำถ้วยมาครอบถั่วจำนวนหนึ่งออกจากกอง นำกระดุมจำนวนที่ครอบมา มาแจกให้ผู้เล่น โดยแบ่งเป็นกองให้ได้กองละ 4 เม็ด นำออกมาจนเหลือเม็ดถั่วในถ้วยอยู่ในจำนวน 1 ถึง 4 เม็ด จากนั้นก็ให้ผู้เล่นทายว่าเหลือกี่เม็ดในถ้วยนั้น ใครที่ทายถูกก็จะได้เงินเดิมพันไป

เทคนิคกำถั่ว หรือเทคนิคการแทง เป็นสิ่งที่มือใหม่เล่นกำถั่วควรรู้ไว้ เพื่อจะได้อ่านเกมทัน และจะเป็นประโยชน์สำหรับตัวเราเอง โดยเทคนิคกำถั่วมีมากมายหลายเทคนิค ส่วนรูปแบบการเล่นในกระดานจะมีอยู่ 3 ประเภท

  1. แทง 3 เลข จะมีทั้งหมด 4 แบบ คือ 1-2-3, 1-2-4, 1-3-4 และ 2-3-4 ซึ่งให้ค่าตอบแทนการแทงเป็น 1 ต่อ 0.32 เช่นเราลง 100 บาท ถ้าถูก เราจะได้ 32 บาท และตาต่อไปก็จะได้มาเรื่อยๆ
  2. แทง 2 เลข จะมีทั้งหมด 6 แบบ คือ 1-2, 1-3, 1-4, 2-3, 2-4 และ 3-4 ซึ่งให้ค่าตอบแทนการแทงเป็น 1 ต่อ 0.95 เช่นเราลง 100 บาท ถ้าถูก เราจะได้ 95 บาท และตาต่อไปก็จะได้มาเรื่อย
  3. แทงเลขเดียว เป็นวิธีที่วัดใจ และทำเงินกันมาแล้วมากมาย จะมีทั้งหมด 4 แบบ คือ 1, 2, 3 และ 4 ซึ่งให้ค่าตอบแทนการแทงเป็น 1 ต่อ 2.85 เช่นเราลง 100 บาท ถ้าถูก เราจะได้ 285 บาท ซึ่งเยอะมากๆถ้าเราลงในราคาที่สูงขึ้น

ข้อดีของกำถั่วคือเล่นไม่ยาก เข้าใจได้ง่าย เชื่อว่าหลายคนแค่อ่านบทความนี้ก็สามารถไปเล่นกำถั่วกับมืออาชีพได้อย่างแน่นอน และปัจจุบันก็ยังมีเล่นทางออนไลน์ซึ่งเป็นวิธีที่สะดวกมากๆ สำหรับผู้ที่ไม่มีเวลา หรือไม่มีเวลาไม่มาก หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้หลายคนเข้าใจ “กำถั่ว” มากขึ้น!